วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 7 พลเมืองดีตามประเพณีและวัฒนธรรมไทย

ความหมายและความสำคัญของพลเมืองดี 
    

  ความหมาย
       พลเมืองดี หมายถึง ประชาชนที่ประพฤติปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคมมีความรับผิดชอบต่อ
หน้าที่ ของตนเอง รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง และปฏบัติตนได้อย่างเหมาะสมไม่ละเมิดล่วงล้ำสิทธิ
และเสรีภาพของ บุคคลอื่น 

      ความสำคัญ 
      พลเมืองเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมของสังคมไทย เช่นเดียวกับสังคมอื่น ๆ ทุกสังคมย่อม

ต้องการพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงความมีร่างกายจิตใจดี คิดเป็น ทำเป็น แก้ไขปัญหาได้ มีประสิทธิ
ภาพเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า ความมั่นคงให้กับประเทศชาติและการเป็น
พลเมืองดีนั้นย่อมต้องการปฏิบัติตามบรรทัดฐานและขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคมมีคุณธรรมเป็น
แนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตอีกด้วย เพื่อการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาให้เป็นพลเมืองดี
     วัตถุประสงค์ของการพัฒนาให้เป็นพลเมืองดี มีดังนี้
        
1. เพื่อให้รู้จักปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม
        
2. เพื่อปลูกฝังทักษะการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
        3. เพื่อปลูกฝังความมีระเบียบวินัย และเคารพกฎหมาย
       
 4. เพื่อปลูกฝังให้มีทัศนคติและค่านิยมที่ดีต่อสังคม
 
ลักษณะของพลเมืองดี 

        การเป็นพลเมืองดีจะมีลักษณะอย่างไรนั้น สังคมจะเป็นผู้กำหนดลักษณธที่พึงประสงค์เพื่อ

ที่จะได้พลเมือง ที่ดี ต้องการังนั้นคุณสมบัติของสมาชิกในสังคมก็จะต้องมีคุณสมบัติที่เป็นพื้นฐาน
และคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้
       คุณสมบัติพื้นฐาน คือ คุณสมบัติทั่วไปของการเป็นพลเมืองดี เช่นขยัน อดทน ซื่อสัตย์ ประหยัด
รับผิดชอบ มีเหตุผล โอบอ้อมอารี มีเมตตา เห็นประโยชน์ส่วนรวมมีความสำคัญเสมอ
       คุณสมบัติเฉพาะ คือ คุณสมบัติเฉพาะอย่างที่สังคมต้องการให้บุคคลพึ่งปฏิบัติ เช่นต้องการบุคคลที่มี
คุณธรรมนำความรู้ ต้องการให้คนในสังคมไทยหันมาสนใจ พัฒนาวิจัยในงานอาชีพด้านการเกษตรให้

มาก เนื่องจากเป็นพื้นฐานของสังคมไทย เนื่องจากเป็นพื้นฐานของสังคมไทย เพื่อการพัฒนาสังคมให้
เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน 

ค่านิยมพื้นฐานการเป็นพลเมืองดีในสังคมไทย
       ค่านิยมพื้นฐานการเป็นพลเมืองดีในสังคมไทย มี 5 ประการคือ
       1. การพึ่งพาตนเอง
       2. ความขยันมั่นเพียง
       3. มีความรับผิดชอบ
       4. ประหยัด และเก็บออม
       5. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย มีคุณธรรม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
 
พระบรมราโชวาทคุณธรรมสี่ประการ
        
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชวาทในวันที่ 5 เมษายน 

พุทธศักราช 2525 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เกี่ยวกับคุณธรรมสี่ประการที่ประชาชน
ควรน้อมนำมาปฏิบัติ เพ่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข ความร่มเย็น และพัฒนาให้
ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
        คุณธรรม 4 ประการ ได้แก่
        
1. การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตนเองที่จะพึ่งปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม
        
2. การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกตนเองให้ประพฤตอยู่ในความสัจความจริงใจนั้น
        3. การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด
        4. การรู้จักเว้นความชั่ว ความสุจริต และรู้จักรักษาประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง
        ดังนั้น การเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมไทย ก็คือ การปฏิบัติตนตามบรรทัดฐานและค่านิยมอันพึง

ประสงค์ของสังคม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมนั้่นเอง
 
พลเมืองดีตามประเพณีและวัฒนธรรมไทย
             พลเมืองดีย่อมเป็นที่ต้องการของสังคมทุกสังคม สถาบัน และสถานนะของตนเอง ดังนั้น พลเมืองดีจึง
ต้องได้รับการปลูกฝังสิ่งที่ดีงาม ดังนี้
        1. สถาบันทางสังคมทุกสถาบัน โดยเฉพาะสังคมแรก คือ ครอบครัว ต้องอบรมให้คนไทยมีสัมมา

คารวะต่ออาวุโส มีความเสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต ตรงต่อเวลา เป็นต้น
        2. ต้องปฏิบัติตนตามหน้าที่ในฐานะเป็นพลเมืองไทย ตามำฏหมายรัฐธรรมนูญ
        3. สอนให้เยาวชนรู้จักและปฏิบัติตนตามสถานภาพและบทบาทของตนเองโดยมีความรับผิดชอบ
รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพกฎหมาย ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม
        การปลูกฝังสิ่งที่ดีงาม
        พลเมืองดีต้องมีเกณฑ์ในการปฏิบัติ สำหรับเกณฑ์ในการพิจารณานั้น ดูจากภาระหน้าที่ของพลเมือง

ซึ่งมีผลตอบสนองต่อการปลูกฝังความเป็นพลเมืองดี
        ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ
        
คำว่า "ภาระ" หมายถึง หน้าที่ต้องปฏิบัติ
        คำว่า "หน้าที่" หมายถึง กิจที่ต้องทำตามสถานภาพที่ได้รับ
        ภาระหน้าที่ หมายถึง สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามสถานภาพของบุคคลที่มีอยู่ ซึ่งภาระหน้าที่ของบุคคล

ในสังคมจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ในการพิจารณาของสังคมนั้นเป็นหลัก ซึ่งจะถูก
กำหนดโดยปัจจัย 4 ประการ ดังนี้
       1. สถานภาพในขณะนั้น คือตำแหน่งในสังคมของบึคคลในขณะนั้น เช่นครู แพทย์ เป็นต้น
       2. บรรทัดฐานของสังคม คือ ระเบียบแบบแผนแห่งพฤติกรรม เกิดจากปฏิบัติจะละเมิกมิได้ เช่น
           ประชาชนเสีย ภาษีอากร ชายไทยอายุ 20 ปีต้องเกณฑ์ทหาร
       3. จารีตประเพณี วัฒนธรรมและค่านิยม เป็นสิ่งที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา เช่น
           บุตรต้องกตัญญูต่อบิดามารดา เด็กผู้อ่อนวัย ให้ความเคารพผู้อาวุโส



       4. หลักพระพุทธศาสนา เป็นหลักคำสอน ให้กำหนดแนวคิด แบ่งภาระหน้าที่ตามสถานภาพในทิศ 6
ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติต่อกันตามบทบาทที่ได้รับ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
                    ทิศเบื้องหน้า      บิดามารดา
                    ทิศเบื้องขวา       ครู อาจารย์
                    ทิศเบื้องซ้าย      มิตร สหาย
                    ทิศเบื้องบน        พระสงฆ์
                    ทิศเบื้องหลัง       ภรรยา สามี
                    ทิศเบื้องล่าง       คนรับใช้ ผู้ใต้บังคับบัญชา
          ภาระหน้าที่นั้น หากบุคคลสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ย่อมทำให้ตนเอง ครอบครัวและสังคม มีความสงบสุข ในทางตรงกันข้าม ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้องย่อมก่อให้เกิดปัญหาคสามเสียหาย
ต่อตนเองครอบครัวและ สังคม
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น