วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 6 ค่านิยมในสังคมไทย

ค่านิยมของสังคมไทย  

      ค่านิยม (Value) ของสังคมไทย หมายถึง สิ่งที่คนสนใจ สิ่งที่คนปราถนาจะได้ ปราถนา 

จะเป็นหรือกลับกลายมาเป็น มีความสุขที่ได้เห็นได้ฟังได้เป็นเจ้าของค่านิยมในสังคมจึงเป้น 
"วิถีของการจัดรูปความประพฤติ"ที่มีความหมายต่อบุคคล เป็นแบบฉบับของความเป็นแบบ
ฉบับของความคิดที่มีคุณค่าสำหรับยึดถือในการปฎิบัติตัวของคนในสังคม

      ความหมายของค่านิยม
     คำว่า ค่านิยมนั้น มีท่านผู้รู้หลายท่านได้ให้ความหมายไว้ ซึ่งพอสรุปได้ว่า
     ค่านิยม เป็นแนวความคิด ความเชื่อ เป็นอุดมการณ์ เป็นความต้องการของกลุ่มคนในสังคม ซึ่งยอมรับ
ว่า
เป็นสิ่งที่ดี มีคุณค่าควรแก่การนำไปเป็นแนวทางในการปฎิบัติ เป็นกรอบของการดำเนินชีวิตเพื่อ
ประโยชน์สุขของตนเองและส่วนรวม ทั้งนี้ อยู่ในดุลยพินิจของตนเอง เพราะจะมีค่านิยมที่พึงประสงค์
และไม่พึงประสงค์ควบคู่กับไปแต่ละสังคม เพราะค่านิยมของแต่ละสังคมส่วนใหญ่ของมนุษย์ เป็นมรดก
ทางความคิดของคนไทยและเป็นพื้นฐานของการเกิดขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอีกด้วย

     ลักษณะของค่านิยม
   
  ลักษณะของค่านิยม พอสรุปได้ดังนี้
     1. กำหนดการประพฤติปฎิบัติของคนในสังคม
     2. สมาชิกในสังคมยึดถือมานาน
     3. ค่านิยมที่ยึดถือนั้นเป็นความต้องการของคนในสังคม
     4. สมาชิกในกลุ่มให้การยอมรับ
      ดังนั้น ค่านิยมจึงเป็นรูปแบบความต้องการของมนุษย์ในสังคมหนึ่ง ๆ ที่มีเป้าหมาย มีการยึดถือของ

สมาชิกในกลุ่มนั้น โดยส่งผลให้เกิดการตัดสินใจของคนในสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การปฎิบัติสืบทอดเป็น
วัฒนธรรมว่าเป็นสิ่งที่น่ากระทำและน่ายกย่อง

ค่านิยมทางนำไปสู่การปฏิบัติเป็นวัฒนธรรม

ลักษณะค่านิยมของสังคมไทยในอดีต

         วิถีชีวิตของสังคมไทยในอดีต ส่วนใหญ่ยึดมั่นปฏิบัติสืบตามบรรพบุรุษ พ่อแม่ และญาติ
ผู้ใหญ่ทั้งนี้เพื่อทำให้เกิดสุขสบาย ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน วิถีชีวิตเป็นแบบเรียบง่ายไม่ค่อย
เปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะมีระบบข้ากับจ้า บ่าวกับนายก็ตาม ค่านิยมของสังคมไทย ในอดีตจะมี
ลักษณะดังนี้
     1. ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา

         คนไทยในอดีตส่วนใหญ่ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพราะเมื่อทำแล้ว เกิด
ความสบายใจ มีความสุขจากการทำบุญ ทำให้คนมีจิตใจดี มีความอ่อนโยน มีเมตากรุณา การประพฤติ
ตามหลักธรรมคำสอนทำให้คนเป็นคนดี อีกทั้งเป็นคนดี อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวด้วย
       2. เชื่อเรื่องในกฎแห่งกรรม
           เป็นแนวทางในสังคมไทยในอดีตเกิดความกลัว ละอายต่อการทำบาป เพราะเมื่อตายแล้วต้อง
ตกนรกทำให้เกิดการทำบุญหรือทำความดี เพื่อหนทางสู่สวรรค์นั่นเอง
       3.  เชื่อในเรื่องวิญาณ ภูตผีปีศาจ
            มีความเชื่อในเรื่องอำนาจลีลับที่มีอยู่เหนือมนุษย์ สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่ร้าย
ด้วยเหตุผลนี้จึงมีพิธีกรรมเกิดขึ้นมากมายซึ่งเป็นความเชื่อในเร่องไสยศาสตร์ เช่น เชื่อในเรื่องเจ้าที่
เจ้าทางผีบ้านผีเรือนเป็นต้น
       4. ยกย่องระบบศักดินา
           เป็นความเชื่อที่ว่าเป็นผู้มีบารมี ความร่ำรวย บุคคลในตระกูลสูงศักดิ์ คือ ผู้ที่เทพเจ้าบันดาลให้มาเกิด
จึงได้รับการย่องย่องเกรงกลัว
       5. เคารพผู้อาวุโส
           อาจหมายถึงผู้ที่สูงอายุ ด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิ มีความเชื่อว่าผู้อาวุโสเป็นผู้มีประสบการณ์  มีความ
สามารถ เช่นสำนวนที่ว่า ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนการเคารพผู้อาวุโสจะทำให้มีความสุข เจริญก้าวหน้า
       6. มีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ
            เพราะการประกอบอาชีพจะอาศัยแม่น้ำ ลำคลลอง หรือจากน้ำฝน มีการหาของป่าถ้าปีใดเกิดความ
แห้งแล้งจะเป็นปัญหาทางการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะยังไม่มีการค้นเทคโนโลยีสมัยใหม่
        7. เชื่อถือโชคลาง
            เมื่อชีวิตอยู่กับธรรมชาติ จึงถือว่าสิ่งลึกลับจะช่วยให้เกดสิ่งดีหรือร้ายได้ และมีอิทธิพลต่อการ
ชีวิตดำเนินมาก เช่น เสียงทักของจิ้งจก ตุ๊กแก ขณะจะออกจากบ้าน เมื่อได้ยินเสียงก็ให้เลิกล้มความ
ตั้งใจเสียหรือเลื่อนเวลาเดินทางออกไป
       8. ต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม           
 แสดงถึงการพึ่งพาอาศัยกัน มีการปรึกษาหารือ ทำให้ชีวิตไม่เหงา รู้สึกตนเองยังมีคุณค่าในสังคม
      9. ยึดมั่นในจารีตประเพณี
           คนส่วนใหญ่ต่างยอมรับกฎเกณฑ์ที่ปฎิบัติสืบทอดกันมาว่าเป็นสิ่งดีงาม และต้องรักษาแบบแผนไว้
สืบต่อกันไป การไม่ปฎิบัติตามย่อมถูฏตำหนิและเป็นที่รังเกียจของสมาชิกในสังคม
       10. นิยมอำนาจและบารมี
            เนื่องจากสภาพสังคมในอดีตเป็นระบบศักดินา จึงทำให้กลุ่มผู้มีอำนาจพยายามสร้าง ซึ่งเป็นการ
ส่งผลทำให้เกิดบารมีในตนเอง ไปสู่การเป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง มีเมตาต่อผู้ยากไร้ทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์
       11. ชอบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
            สังคมไทยในอดีตมีความเข้าใจไว้วางใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือแม้นแต่การทำงานที่ต้อง
ใช้เวลาจำกัด เช่น การทำนา ทำไร หรือจัดงานบุญที่บ้านหรือที่วัด ก็นิยมช่วยเหลือกันเรียกประเพณีนิยมนี้
ว่าการลงแขก”  เป็นต้น
       12. พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
           เป็นการใช้ชีวิตแบบสันโดษ เพื่อสอดคล้องกับหลักธรรม เป็นกลุ่มอนุรักษนิยมมากกว่า 
การแสวงหาความก้าวหน้า ต้องการความสบายใจ การทำงานจึงไม่เป็นระบบ ไม่มีการวางแผน
ชีวิตในระยะยาว

        ลักษณะค่านิยมของสังคมไทย
        สภาพของสังคมไทยในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ตามสภาพของสิ่งแวดล้อมและกาลเวลา
 มีการติดต่อค้าขาย สัมพันธ์ทางการทูตกับทางประเทศ มีทุนให้ครูอาจารย์ไปดูงานต่างประเทศ
การช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีแก่สถาบันการศึกษา ทำให้มีการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ค่านิยมตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ
ของสังคมไทยด้วยดังนี้
         1.ยึดถือในพระพุทธศาสนา
              เช่นเดียวกับในอดีต มีการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ่ง ตลอดจนมีการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์
ข้อบังคับของสงฆ์  ประชาชนมีบทบาทตรวจสอบพฤติกรรมทางวินัยสงฆ์ได้ เพื่อป้องกันปัญหา

การแสวงหาผลประโยชน์จากพุทธศาสนา
          2.เคารพเทิดทูนพระมหากษัตริย์
             สังคมไทยต่างจากสังคมชาติอื่น กษัตริย์ไทยเปรียบเสมือนสมมติเทพ คอยดูแลทุกข์สุขของ

ประชาชนทำนุบำรุงประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรื่องในทุกด้าน จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจ พระองค์เป็นสิ่ง
ทุกอย่างในชีวิต ของคนไทย เป็นที่เคารพของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง
         3.เชื่อในเรื่องของเหตุผล ความเป็นจริง และความถูกต้องมากขึ้นกว่าในอดีต
            ในสภาวะของเหตุการณ์ต่าง ๆ ปัจจุบันสังคมไทยปลูกฝังให้คนไทยรู้จักคิดใช้ปัญญามีเหตุผล

มากขึ้นเช่น ได้ออกกฎหมายเพื่อให้ความคุ้มครองเจ้าของความคิด ไม่ใครลอกเลียนแบบได้เรียกว่า
ลิขสิทธิ์ทางปัญญาเป็นต้น
         4.ค่านิยมในการให้ความรู้
           ปัจจุบันสังคมไทยมีการแข่งขันกันตลอดเวลา การจะพาตนเองให้รอดจากปัญหาที่เกิดขึ้นใน

สังคมได้จำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถที่โดดเด่นจึงเป็นสิ่งที่คนไทยในสังคมปัจจุบันต้องเสาะ
แสวงหา
         5.นิยมร่ำรวยและมีเยรติ
             สังคมไทยปัจจุบันให้ความสำคัญเรื่องความร่ำรวยและเงินทอง เพราะมีความเชื่อที่ว่าเงินทอง

สามารถบันดาลความสุขตอบสนองความต้องการของคนได้ ขณะเดียวกันก็จะมีชื่อเสียงเกียรติยศตามมา
 จึงเป็นจุดเร้าให้ทุกคนอยากรวย ไม่ว่าจะหาเงินมาด้วยวิธีที่ถูกต้องจาการทำงาน หรือการได้มาด้วยการ
ช่อโกง จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนในสังคม
         6.มีความเชื่อมั่นตนเองสูง
            เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนไทยทุกคนกล้าตัดสินใจและกล้าแสดงออกทางความคิดและการกระทำ
 มีบุคลิกภาพเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำที่ดี
          7.ชอบแก่งแยงชิงดีชิงเด่น
              ลักษณะกลัวการเสียเปรียบ กลัวสู้เพื่อไม่ได้ เพื่อการอยู่รอดจึงต้องกระทำการแย่งชิง แสวงหา
ผลประโยชน์ให้ตนเอง
          8. นิยมการบริโภค
              นิยมบริโภคของแพง เลียนแบบอย่างตะวันตก รักความสะดวกสบาย ใช้จ่ายเกินตัวเป็นการนำไปสู่
การมีหนี้สินมากมาย
          9.ต้องทำงานแข่งกับเวลา
              ทุกวันนี้คนล้นงาน จึงต้องรู้จักกำหนดเวลา การแบ่งแยกเวลาในการทำงาน การเดินทางและการ
พักผ่อน ให้ชัดเจน
          10.ชอบอิสระ ไม่ชอบอยู่ภายใต้อำนาจใคร
                ไม่ชอบการมีเจ้านายหลายคน ในการทำงานมักประกอบอาชีพอิสระ เปิดกิจการเป็นของตนเอง    


     11.ต้องการสิทธิความเสมอภาคระหว่างหญิงชายเท่าเทียมกัน
                หญิงไทยในยุคปัจจุบันจะมีความคล่องแคล่ว สามารถบริหารงานได้เช่นเดียวกับผู้ชายเป็นที่พึ่ง
ของครอบครัวได้ ภรรยาจึงไม่ใช้ช้างเท้าหลังต่อไป
          12. นิยมการทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน
            ซึ่งการเลียนแบบวัฒนธรรมตะวันตกที่มีความเจริญทางวัตถุมากกว่าทางจิตใจ  ผู้ใหญ่ควรทำตน เป็น
ตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน เหมาะสมกับศีลธรรมจรรยา
          13. นิยมภาษาต่างประเทศ
                ปัจจุบันภาษาต่างประเทศมีความสำคัญจำเป็นมาก เพราะต้องใช้ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ
และ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ  ตำราหรืออินเตอร์เน็ตมีความจำเป็น ต้องรู้ทางภาษาต่างประเทศ หากไม่มีก็

ยากต่อการศึกษาและนำไปใช้
ค่านิยมทั่วไปของสังคมไทย

           ค่านิยมทั่วไปของสังคมไทย มีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งแล้วแต่ทัศนคติของแต่ละกลุ่มบุคคลหรือ

กลุ่มคนตามโอกาสหรือวาระต่าง ๆ หากสิ่งใดที่เราเห็นว่าไม่ดีควรหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติ สิ่งใดเห็น
ว่าดีเป็นประโยชน์แก่สังคมเราก็ควรปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสังคมให้ดีขึ้น  ค่านิยมทั่วไปของสังคม
ไทยมีดังนี้
                         
            1. ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
            2. เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา
            3. นับถือเงินตรา ยึดมั่นในเงินทองสิ่งของมากกว่าความดี ให้ความยกย่องต่อผู้มีอำนาจ
            4. ขาดระเบียบวินัย เช่นคำพูดที่ว่า  ทำอะไรตามใจคือไทยแท้
            5. เคารพผู้อาวุโส ยกย่องผู้มีความรู้
            6. รักความสนุก ชอบความสบาย รักความอิสระ ไม่ชอบขัดใจใคร
            7. มีความกตัญญูรู้คุณ รักพวกพ้อง มีความเอื้เฟื้อเพื่อแผ่
            8. ไม่ตรงต่อเวลา ชอบผัดผ่อนเลื่อนเวลา
            9. ขาดความอดทน ขาดความกระตือรือร้น เชื่อโชคลาง อยากรวย ชอบเล่นการพนัน
           10. ชอบงานพิธี สอดรู้สอดเห็น ลืมง่าย ชอบนับญาติ
           11. ชอบโฆษณา ชอบของแจกของแถม เห็นใครดีกว่าไม่ได้
           12. ชอบต่อรอง ชอบผูดหรือบอกเล่าเกินความจริง

         ค่านิยมสังคมเมืองและสังคมชนบท 

          ค่านิยมสังคมเมือง
            1. ชอบหรูหรา ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
            2. นิยมสินค้า Brand name จากต่างประเทศ
            3. ยกย่องผู้มีอำนาจเงินทอง
            4. นิยมในเรื่องวัตถุ
            5. เห็นแก่ตัว มีการแข่งขันกันมาก
            6. เชื่อในเรื่องหลักการเหตุผล
            7. ชอบเสี่ยงโชค
            8. ร่วมงานหรือพิธีกรรมทางศาสนาน้อย
            9. ชีวิตอยู่กับเวลา แข่งขันกับเวลา
           10. ขาดความมีระเบียบวินัย
           11. ไม่ชอบเห็นใครเหนือกว่า เห็นแก่ตัว

         ค่านิยมสังคมชนบท
          1. ประหยัด อดออม เศรษฐกิจพอเพียง
          2. นิยมภูมิปัญญาไทย สิ้นค้าไทย
          3. ยกย่องคนดี ความมีน้ำใจ
          4. นิยมเรื่องคุณงามความดี มีจริยธรรม
          5. เสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ส่วนรวม
          6. เชื่อโชคลาง ไสยศาสตร์
          7. ชอบเล่นการพนัน
          8. ชอบทำบุญ ร่วมพิธีกรรมทางศาสนามาก
          9. ชีวิตขึ้นอยู่กับธรรมชาติ อาศัยธรรมชาติ
         10. พึ่งพาอาศัยกันและกัน
         11. มีความสันโดษ พอใจในสิ่งที่มีอยู่
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น