วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 5 ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

ประเพณี
      ประเพณีเป็นการทำกิจกรรมทางสังคมที่ถือปฎิบัติสืบต่อกันมา ประเพณี ในสังคมไทย

 เรานั้นมีมากมายล้วนเป็น มาดกจากบรรพบุรุษ จากสิ่งแวดล้อม ทางธรรมชาติและสังคม นับว่า
คนไทยในปัจจุบันโชคดีที่มีแนวทางในการ ดำเนินชีวิตที่ดีงามไว้ปฎิบัติ เป็นแบบ อย่างแก่ลูก
หลานสืบต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้      

  ความหมายของประเพณี 
       คำว่า ประเพณีมายถึงฤติกรรมของมนุษญ์ที่เลือกปฎิบัติตามค่านิยม ในทางที่ดีงาม และเป็นที่ ประสงค์
ของคนส่วนใหญ่ โดยปฎิบัติสืบทอดกัน มาเรื่อย มาจนกลายเป็นความ เชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญจะ

ต้องปฎิบัติตาม ประเพณี แต่ละสังคมแตกต่างกันไป หากสังคมใดอยู่ใกล้ชิดกัน ประเพณีย่อมคล้่ายคลึง
กันได้เพราะ มีการไปมา หาสู่กัน ทำให้ประเพณี เลื่อนไหล กันได้ซึ่งประเพณีของสังคมยังเป็นบ่อเกิด
ของวัฒนธรรมอีกด้วย

ประเภทของประเพณี
      
เราอาจแบ่งประเพณีออกเป็น 3 ประเภท
      1. จารีตประเพณีหรือกฎศีลธรรม (Mores) 
        หมายถึง สิ่งที่สังคมใดสังคมหนึ่งยึดถือและปฎิบัติสืบกันมาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง เป็นเรื่อง

ของความถูกผิด มีเรื่องของ ศลีธรรมเข้าร่วมกัน ใครฝ่าฝืนหรือฉยเมยถือว่าเป็นการละเมิดกฎสังคม
 ผิดประเพณีสังคมจารีตประเพณีหรือกฎศีลธรรมของ แต่ละสังคมย่อมไม่เหมือนกันสังคมไทยเห็นว่า
 การมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงานเป็น การผิดจารีตประเพณี แต่ชาวสวีีเดน เห็นว่าเป็นเรื่อง
ธรรมดา ดังนั้น จารีตประเพณีเป็นเรื่องของแต่ละสังคม จะใช้ค่านิยมของสังคมหนึ่ง ไปตัดสินสังคม
อื่นไม่ได้
       2. ขนบธรรมเนียมหรือสถาบัน
            
เป็นระเบียบแบบแผนทีีสังคมได้กำหนดไว้แล้วปฎิบัติสืบกันมา คือรู้กันเอง ไม่ได้เป็นระเบียบ

แบบแผนไว้าว่าควรประพฤติปฎิบัติกันอย่างไร มักใช้คำว่าสถาบันมาแทนขนบธรรมเนียมประเพณี 
ซึ่งคนในสังคมมีความพอใจ เป็นที่ปฎิบัติสืบต่อกันมา มีข้อกำหนดบังคับเอาไว้ เช่น สถาบันการศึกษา
มีครู ผู้เรียน เจ้าหน้าที่ มีระเบียบการรับสมัครเข้าเรียน การสอนไล่ ประเพณีเกี่ยวกับการเกิด การบวช 
การแต่งงาน การตาย มีกฎเกณฑ์ของประเพณีวางไว้ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อจำเป็น
      3. ธรรมเนียมประเพณีหรือประเพณีนิยม (Convention)
          
เป็นแนวทางการปฎิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวันที่ปฎิบัติกันมาจนเคยชิน แต่ต้องไม่ขัดแย้งกัน

 เป็นเรื่องของทุกคนควรทำแม้มีผู้ฝ่าฝืนหรือทำผิดก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่อาจถูกตำหนิได้ว่าไม่มี
มารยาท ไม่รู้จักกาลเทศะ เช่น การแต่งกาย การรัปประทานอาหาร การดื่มน้ำจากแก้ว

        ลักษณะของประเพณีไทย
         
การศึกษารายละเอียดของประเพณี จะแยกเป็น 2 ประเภท คือ ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต ประเพณี

เกี่ยวกับเทศกาล
        1. ประเพณีส่วนบุคคล หรือประเพณีเกี่ยวกับชีวิต

        เป็นประเพณีเกี่ยวกับการส่งเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ได้แก่ ประเพณี
การเกิดการบวชก่ารแต่งงาน การตาย การทำบุญในโอกาสต่าง ๆ
        1.1 ประเพณีการเกิด เป้นเรื่องสังคมไทยให้ความสำคัญ แล้วแต่ความเชื่อของบุคคลหรือสังคม

 ที่ตนอยู่ ซึ่งแต่เดิมคนเชื่อในสิ่งลึกลับพิธีกรรมจึงมีตั้งครรภ์จนคลอดเพื่อป้องกันภัยอันตรายจากทารก
 เช่น ทำขัวญเดือน โกนผมไฟพิธีลงอู่ตั้วชื่อ ปูเปลเด็ก โกนจุก (ถ้าไว้จุก)เป็นต้น
        1.2 ประเพณีการบวช ถือเป็นสิ่งที่อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี ตลอดจนทดแทนบุญคุณ พ่อแม่ 

ผู้ให้กำเนิดตัวผู้บวชเอง ก็มีโอกาส ได้ศึกษาธรรมวินัย
                      - การบรรพชาคือการบวชเณร ต้องเป็นเด็กชายที่มีอายุตั้งแต่ 7 ขวบขึ้นไป
                      - การอุปสมบท คือ การบวชพระ ชายที่บวชต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
         1.3 ประเพณีการแต่งงาน เกิดขึ้นภายหลังผู้ชายบวชเรียนแล้ว เพราะถือว่าได้รับการอบรม
มาดีแล้ว เมื่อเลือกหาหญิงตามสมควรแก่ฐานะ ฝ่ายชายก็ให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอฝ่ายหญิง ขั้นตอนต่าง ๆ

ก็เป็นการหาฤกษ์หายาม พิธีหมั้น พิธีแห่ขันหมาก การรดน้ำประสาทพร การำบุญเลี้ยงพระ พิธีส่ง
ตัวเจ้าสาว เป็นต้น
การประกอบพิธีต่าง ๆ ก็เพื่อความเป็นมงคลให้ชีวิตสมรสอยู่กันอย่างมีความสุข
         1.4 ประเพณีการเผาศพ ตามคติของพระพุทธศาสนา ถือว่าร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยธาตุ 4 คือ
                          - ดิน (เนื้อ หนัง กระดูก)
                          - น้ำ (เลือด เหงื่อ น้ำลาย)
                          - ลม (อากาศหายใจเข้า-ออก)
                          - ไฟ (ความร้อนความอบอุ่นในตัวเรา)
          ดังนั้น เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว สังขารที่เหลือจึงไม่มีประโยชน์อันใด การเผาเสียจึงเป็นสิ่งดี ผู้ที่อยู่เบื้อง
หลังไม่หว่งใย โดยมากมักเก็บศพไว้ทำบุญให้ทานชั่วคราว เพื่อบรรเทาความโสกเศร้า โดยปกติมักทำ

การเผา100 วันแล้ว เพราะได้ทำบุญให้ทานครบถ้วนตามที่ควรแล้ว
         2. ประเพณีเกี่ยวกับสังคม หรือประเพณีส่วนรวม
              
เป็นประเพณีที่ีประชาขนส่วนใหญ่ในสังคมถือปฎิบัติ ได้แก่ ประเพณีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ 

ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น ประเพณีส่วนร่วมที่คนไทยส่วน
มากยังนิยมปฎิบัติกันเช่น
               2.1 ประเพณีสงการนต์

ภาพประเพณีสงการนต์

     เป็นประเพณีที่กำเนิดมาจากประเทศอินเดีย เป็นประเพณีเฉลิมฉลองการ เริ่มต้นปีใหม่ ไทยเราใช้กัน
มาตั้งแต่สมัย สุโขทัย เป็นราชธานี วันที่เริ่มต้นปีใหม่คือวันที่ 13 เมษายนของทุกปีถือปฎิบัติจนถึงปี 
พ.ศ. 2483รัชบาล จึง ได้กำหนด ให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่ ในวันสงการนต์จะมีการ ทำบุญ
 ตักบาตร  ปล่อยนกปล่อยปลาสรงน้ำพระพุทธรูปพระสงฆ์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่การเล่นสาดน้ำกัน การเล่น
กีฬาพื้นเมือง ปัจจุบันยังเป็นประเพณีนิยมเพื่อความบันเทิงสนุกสนาน ได้เยี่ยมพ่อแม่ ญาติพี่น้อง
              2.2 ประเพณีเข้าพรรษา สืบเนื่องจากอินเดียสมัยโบราณ กำหนดให้พระสงฆ์ที่จาริกไปยังสถานที่
ต่างๆ กลับมายังสำนนักของอาจารย์ในฤดูฝน เพราะลำบากแก่การจาริก ยังได้ทบทวนความรู้ อุบาสก 

อุบาสิกาได้ทำบุญถวายผ้าอาบน้ำฝน ถวายต้นเทียน เพื่อให้พระสงฆ์ใช้ในพรรษา ชาวไทยถือนิยมปฎิบัติ
การเข้าพรรษาแรก คือปุริมพรรษา เริ่มตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
              2.3 ประเพณีทอดกฐิน ทอดผ้าเมื่อพ้นพรรษาแล้วจะมีประเพณีถวายผ้าพระกฐินแก่พระสงฆ์
เพื่อผลัดเปลี่ยนกับชุดเดิม ซึ่งถือปฎิบัติกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
                   การทอดกฐิน เริ่มตั้งแต้่ วันแรม1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงกลางเดือน 12 รวมเวลา 1 เดือน
จะทอดก่อน หรือหลังนี้ก็ได้



ภาพประเพณีการทอดกฐิน

                   การทอดผ้าป่าประเพณีทอดผ้าป่าเริ่มเมื่อรัชกาลที่4 ทรงทอดผ้าป่าครั้งแรกที่วัดสระปทุม
การทอดผ้าป่าไม่กำหนดระยะเวลาเหมือนกฐิน สามารถทอดได้ทุกฤดูกาล
          ประเพณีท้องถิ่น
           
ได้แก่ ประเพณีนิยมปฎิบัติกันในแต่ละท้องถิ่น หรือภูมิภาคของประเทศไทย ดังนี้
            - ภาคกลาง เช่น ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประเพณีวิ่งควาย ตักบาตรเทโว ทำขวัญข้าว เป็นต้น
            - ภาคใต้ เช่นประเพณีบุญเดือนสิบ ประเพณีชักพระ ประเพณีวิงเปรต ประเพณีเห่ผ้าขึ้นพระธาตุ เป็นต้น
            - ภาคเหนือ เช่น ประเพณีสงการนต์ ประเพณีรดน้ำดำหัว ประเพณีปอยส่างลอง เป็นต้น
          - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีแห่เทียนพรรษา
ประเพณีแห่ผีตาโขน เป็นต้น
          ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยทุกภาค มีความสำคัญต่อคนไทยในแต่ละภาค แสดงให้เห็นว่า
สังคมไทยเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ควรส่งเสริมและอนุรักษ์
ไว้เพื่อเป็นมรดกของสังคมสืบไป
ความสำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีไทย


      วัฒนธรรมประเพณีของชาติ ล้วนแสดงให้เห็นความคิด ความเชื่อ ที่สะท้อนถึงวิธีการดำเนินชีวิต
ความเป็นมา ความสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมไทย ดังนั้น ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
จึงมีความสำคัญ พอสรุปได้ดังนี้
         1. ความเป็นสิริมงคล ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยนั้น ล้วน เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและ
 พราหมณ์พิธีกรรมต่าง ๆ ที่ปฎิบัติสืบทอดกันมานั้น เป็นความเชื่อเรื่องของความเป็นมงคลแก่ชีวิต
         2. ความสามัคคี ความเสียสละ ขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นเครื่องฝึกจิตใจให้รู้จักเป็นผู้เสียสละ
จะเห็นได้จากงานบุญต่าง ๆ มักเกิดการร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจกัน เช่นพิธีขนทรายเข้าวัด การก่อเจดีย์
ทราย ทำให้เกิดความรักความสามัคคี
         3. การมีสัมมาคารวะ ถือเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอย่างหนึ่ง แสดงถึงความน้อมน้อม 
อ่อนโยนความมีมารยาทไทย
         4. ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ช่วยทำให้คนไทยอยู่ในกรอบที่ดีงาม ถือว่าเป็นเครื่องกำหนด
พฤติกรรม ได้อย่างหนึ่ง
         5. ขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะแตกต่างกัน แต่ทุกคนก็มีความรู้สึกว่าทุกคน
เป็นคนไทย มีความเป็นชาติเดียวกัน และสามารถแบ่งออกถึงความเป็นมาของชาติได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น