สังคมไทยเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ซึ่งสั่งสมมาเป็นเวลา
นานนับพันปี สะท้อนให้เห็นวิถีความเป็นไทย ซึ่งเป็นมรดกของบรรพบุรุษจนกลาย
เป็นเอกลักษณ์ของไทย ที่มีคุณค่าควรยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติสืบทอดกัน มาช้า
นาน และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นชาติไทย
ความเป็นมาของวัฒนธรรมไทย
ชาติไทยเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมอันดีงามแต่โบราณ โดยมีที่มาดังนี้
1. วัฒนธรรมไทยที่เรามีการปฏิบัติกันอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นของคนรุ่นก่อนๆ
หรือบรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดมายัง
อนุชนรุ่นหลัง
2. จากการที่เราได้ติดต่อกับชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ชนชาติที่มีอธิพล
2. จากการที่เราได้ติดต่อกับชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ชนชาติที่มีอธิพล
ต่อวัฒนธรรมไทย คือมอญขอมอินเดีย จีน และชาติตะวันตก สำหรับมอญ
และขอม 2 ชาตินี้รับอธิพลมาจากอินเดีย สิ่งใดมีประโยชน์ก็นำมาดัดแปลง
เป็นวัฒนธรรมไทย
ลักษณะของวัฒนธรรม
วัฒนธรรมไทยได้รับการพัฒนามาโดยลำดับ อันเนื่องมาจากอิทธิพล
ของสิ่งแวดล้อมทางสังคม และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และความสามารถ
ของสังคมไทย
จึงก่อให้เกิดการสร้างสรรค์หล่อรวมกันเป็นวัฒนธรรมซึ่งลักษณะ
เฉพาะเป็นวัฒนธรรมที่มีลักษณะเด่นๆ หลายอย่างดังนี้
1. การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สังคมไทยรับเอา
พระพุทธศาสนาเป็นที่นับถือของชาวไทย มาตั้งแต่ก่อนสุโขทัย คนไทยส่วนใหญ่
นับถือพระพุทธศาสนาถึง 95 % หลักคำสั่งสอนสำคัญของพุทธศาสนาที่ สำคัญคือ
สอนให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี
ทำจิตใจให้บริสุทธิ์วิถีชีวิตของคนไทยจะมีพุทธศาสนา
เข้ามาเกี่ยวข้อง เสมอ เช่น การบวช การแต่งงาน
การทำบุญขึ้นบ้านใหม่
![]() |
| วิถีชีวิตคนไทยที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา |
2. การมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สังคมไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
สืบทอดกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้จากการถวายความจงรักภักดีในวาระ
ต่างๆ
แสดงถึงความยึดมั่นในพระองค์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างให้สถาบันพระมหากษัตริย์
มีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง
3. อักษรไทยและภาษาไทย สังคมไทยมีอักษรใช้มานานตั้งแต่สมัยสุโขทัย
โดยได้รับอิทธิพลจากขอม
และได้รับการพัฒนาโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชัดเป็น
เอกลักษณ์ที่น่าภูมิใจเพราะภาษาถือว่าเป็นอารยธรรมขั้นสูง
![]() |
| ศิลาจาลึก : อารยธรรมชั้นสูง |
4. ประเพณีไทย เป็นสิ่งแสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับพระพุทธ ศาสนา อาจมีคติลัทธิศาสนาอื่นผสมอยู่ด้วย
ซึ่งสืบเนื่องมาแต่โบราณ ประเพณีที่นำมาปฎิบัติกันเช่น ประเพณีการบวช ประเพณี
การแต่งงาน
5. วัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต
อันได้แก่ปัจจัยสี่ คือ
เครื่องนุ่งหมที่อยู่อาศัย อาหารยารักษาโรค
5.1 เครื่องนุ่งห่มและการแต่งกายของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
มีการรับวัฒนธรรมการแต่งกายชาวตะวันตกมาใช้มากขึ้น ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ตอนต้น
ส่วนการแต่กายของผู้ชายมักง่ายๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ส่วนผู้หญิงจะเป็นไป
ตามสมัยนิยม
การแต่งกายที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
|
||
5.2 ที่อยู่อาศัยเรือนไทยเหมาะกับสภาพธรรมชาติของสังคม
มีลักษณธใต้ถุนสูง
ไม่มีห้องมากนักรับลมเย็นได้ทุกเวลา ป้องกันแดดฝนได้ดี
ปัจจุบันมีคนนิยยมปลูก
เรือนไทยน้อยเพราะราคาสูง จึงสนใจบ้านแบบตะวันตกมากกว่า
เรือนไทยน้อยเพราะราคาสูง จึงสนใจบ้านแบบตะวันตกมากกว่า
![]() |
| บ้านทรงไทย |
![]() |
| บ้านแบบตะวันตก |
5.3 อาหารไทยสมัยก่อนมีลักษณะต่าง ๆ เช่นน้ำพริก ปลาร้า
ปลาส้ม
แกงเลียง รัปทาน 3 มื้อ ปัจจุบันคนไทย มักแสวงหาอาหารแปลกๆ ชอบนำ
อาหารต่างชาติมาปรุงรับประทาน
![]() |
| อาหารแบบตะวันตก อาหารไทย |
5.4 คน ไทยยังนิยมการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามโบราณ
ถ้าไม่ใช้ยา
แผนโบราณก็จะไปซื้อยาที่ร้านค้าตามคำ แนะนำของคนใช้ยา ทำให้สุขภาพ
พลานามัยไม่ค่อยดี
ปัจจุบันคนไทยนิยมรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ตามสถาน
พยาบาลมากขึ้น
6. ศิลปกรรมไทย เป็นวัฒนธรรมที่เกิดจากการเพียรพยายามของมนุษย์
ในการปรุงแต่งชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ทำสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยสวยงาม
รวม
ทั้งเป็นอาหารใจด้วยวัฒนธรรมในดานศิลปกรรมมีดังนี้
วรรณกรรม เป็นศิลปการที่แสดงออกในรูปของต้วหนังสือ การแต่งความ
เป็นเรื่องราว
ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกทางอารมณ์แต่ก็แฝงไว้ด้วยคติเตือนใจ
![]() |
| วรรณกรรมไทย |
ดนตรี เป็นศิลปเกี่ยวกับการบรรเลงให้เกิดเสียงไพเราะ
สิ่งที่ใช้บรรเลง ดีด
สี ตี เป่า อาจแยกเป็น วงปี่พาทย์วงเครื่องสาย มโหรี ส่วนดนตรีสากลเริ่มเข้ามา
มีอธิพลสมัยรัชกาลที่ 3
การบรรเลงแตรวงเริ่มสมัยรัชกาลที่ 4ดนตรีสากลที่เห็นชัด
ในปัจจุบัน เช่น แตรวง และโยธวาทิตเป็นต้น
จิตกรรม เป็นศิลปะที่เกี่ยวกับการวาดเขียน ระบายสี ให้เกิดเป็นภาพ
หรือลวดลายจิตกรรมไทยนิยมไม่มีแรเงา เป็นภาพแบน ๆ ศิลปะคล้าย ๆ
ของอินเดีย ลังกา ดังจะพบได้จากผนังดโบสถ์ มักเป็นเรื่องราวเกี่ยว
กับพระพุทธศาสนา
กับพระพุทธศาสนา
ภาพจิตรตกรรม
|
|
ประติมากรรม เป็นงานสร้างสรรค์เกี่ยวกับการปั้น
แกะสลัก หล่อ ทุบ
ตี เคาะให้เกิด รูปร่าง ได้แก่ พระพุทธรูป ปติมากรรมเพื่อการตกแต่ง ได้แก่
ช่อฟ้า บัวปลายเสา
สถาปัตยกรรม เป็นศิลปะการออกแบบก่อสร้าง
เช่น ปราสาทราชวัง
วัด โบสถ์ วิหาร
สถาปัตยกรรม
|
|
7. จรรยามารยาทและจิตใจของคนไทย คนไทยมีลักษณะสุภาพ
อ่อนน้อม ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี มีการแสดงความเคารพแตกต่างไปจากสังคม
อื่น ๆเช่นการยิ้ม การทักทาย การไหว้การถวายความเคารพพระมหากษตริย์
ด้านจิตใจ คนไทยได้รับอธิพลจากพระพุทธศาสนา
ทำให้คนไทย
มีความเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่ มีความโอมอ้อมอารีต่อคนทั่วไป เคารพผู้อาวุโส
เนื้อหาของวัฒนธรรม
ในปี พ.ศ. 2522 รัฐบาลได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น
เนื้อหาของวัฒนธรรม
ในปี พ.ศ. 2522 รัฐบาลได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น
และได้แบ่งเนื้อหาของวัฒนธรรมไทยออกเป็น 5 สาขา คือ
1. สาขาศิลปกรรม (The Arts) ได้แก่ภาษา วรรณกรรม การละคร นาฎศิลป์
ดนตรี จิตรกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และศิลปการแสดงอื่น ๆ
2. สาขามนุษย์ศาสตร์ (Humanities) ได้แก่ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
ขนบธรรมเนียม ประเพณีกฎหมาย การปกครอง ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปรัชญา
ศาสนา เป็นต้น
3. สาขาการช่างฝีมือ (Practical Craft) ได้แก่ การเย็บปักถุกร้อย การแกะสลัก
การทอ การจักสาน การทำเครื่องถม เครื่องเงิน เครื่องทอง
4. สาขากีฬานันทนาการ (Sports and Receration) ได้แก่ มวยไทย กระบี่
กระบอง ตระกร้อการละเล่นพื้นเมือง เป็นต้น
ความสำคัญของวัฒนธรรม
วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีอธิพลต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เป็นวิถีชีวิตและ
ความสำคัญของวัฒนธรรม
วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีอธิพลต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เป็นวิถีชีวิตและ
เครื่องยึดเหนี่ยวให้คนไทยมีความสมานฉันท์ วัฒฯธรรมไทยจึงมีความสำคัญต่อสังคม
ไทยดังนี้
1. เป็นเอกลักษณ์ของชาติ
2. สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ
3. ส่งเสริมความรักความสามัคคีความเป็นหนึ่งเดียวกัน
4. เป็นความภาคภูมิใจ
5. เป็นวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทย
6. เป็นการสนองตอบความต้องการในด้านต่าง ๆ
อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่มีต่อสังคมไทย
อวัฒนธรรมเป้นสิ่งที่ไม่มั่นคงที่หรือใช้เฉพาะในสังคมหนึ่งเท่านั้น ในปัจจุบัน
1. เป็นเอกลักษณ์ของชาติ
2. สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ
3. ส่งเสริมความรักความสามัคคีความเป็นหนึ่งเดียวกัน
4. เป็นความภาคภูมิใจ
5. เป็นวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทย
6. เป็นการสนองตอบความต้องการในด้านต่าง ๆ
อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่มีต่อสังคมไทย
อวัฒนธรรมเป้นสิ่งที่ไม่มั่นคงที่หรือใช้เฉพาะในสังคมหนึ่งเท่านั้น ในปัจจุบัน
มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการขนส่งคมนาคม ทำให้การเผยแพร่วัฒนธรรม
กระทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกระบวนการนี้เรียกว่า
การเผยแพร่วัฒนธรรมกระทำได้รวดเร็ว
ยิ่งขึ้นกระบวนการนี้เรียกว่า
การเผยแพร่หรือการกระจายทางวัฒนธรรม(Cultural Diffusion)
หลังการปฎิบัติอุตสาหกรรมในยุโรป
ทำให้ชนชาติเหล่านั้นแข่งขันกันแสวงหา
อาณานิคมในทวีปเอเชียด้วยแล้ว สังคมไทยก็ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มชาวยุโรป
โดยเฉพาะอังกฤษ
ฝรั่งเศษ และอธิพลของวัฒนธรรม ตะวันตกก็ยังคงต่อเนื่องมาจนถึง
ปัจจุบัน
ด้วยสาเหตุต่อไปนี้
1. ความเจริญทางด้านการคมนาคมขนส่ง ทำให้การเดิน ทางสะดวการเผยแพร่
1. ความเจริญทางด้านการคมนาคมขนส่ง ทำให้การเดิน ทางสะดวการเผยแพร่
วัฒนธรรมจะเร็วขึ้น
การเจริญทางด้านการคมนาคมขนส่ง
|
2. อธิพลจากสื่อมวลชนต่าง ๆ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ หนังสือ และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ
3. การเผยแพร่วัฒนธรรมโดยตรง คือ ประเทศต่าง ๆ ส่งคนเข้่ามาเผนแพร่
หรือจากการออกไปศึกษาเล่าเรียน เมื่อกลับมาแล้วก็นำวัฒนธรรมนั้นมาเผยแพร่
อธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติในสังคม แยกเป็นด้านต่าง ๆ นี้
1. ทางการศึกษา วัฒนธรรมขอมอินเดีย เข้ามามีอธิพลในสมัยสุโขทัย
และกรุงศรีอยุธยา
- ภาษาตะวันตก เริ่มเข้าสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
- ภาษาตะวันตก เริ่มเข้าสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อร้อยเอกเจมส์ โลว์ ชาวอังกฤษคิดตัวพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จ
- รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปฎิรูป
- รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปฎิรูป
การศึกษาและสังคมมีการตั้งกระทรวงธรรมการ เริ่มมีการจัดการศึกษา
แบบตะวันตกตั้งแต่นั้นมา
- ปัจจุบันระบบการศึกษาของไทยยึดหลักแนวทางจากประเทศ
สหรัฐอเมริกา
ทั้งทางด้านปรัชญาการศึกษา เนื้อหา และกระบวนการเรียน
การสอน ส่วนวิทยาการสมัยใหม่
ในวงการศึกษาของไทยรับมาจาก
ตะวันตกเป็นส่วนใหญ่
ตะวันตกเป็นส่วนใหญ่
2. ทางการเมือง
- สมัยสุโขทัยการปกครองเป็นแบบพ่อปกครองลูก
- สมัยกรุงศรีอยุธยา รับอธิพลจากขอมและอินเดีย เป็นแบบลัทธิเทวราช
กษัตริย์
เป็นสมมติเทพ(ข้ากับเจ้า บ่าวกับนาย)
- สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มมีสภาที่ปรึกษา
- สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มมีสภาที่ปรึกษา
นับเป็นการเริ่มเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยจนกระทั่งปี พ.ศ. 2575 จึงเป็นประชาธิปไตย
โดยแท้จริง
ซึ่งได้รับอธิพลจากประเทศในยุโรป
3. ทางเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบเสรีนิยม หรือทุนนิยม ได้รับอธิพล
จากตะวันตกมาที่สุด
4. ทางสังคมและวัฒนธรรม อิทธิพลจากต่างชาติทำให้วิถีชีวิตคนไทย
เปลี่ยนแปลงไป ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจมีความอบอุ่นน้อยลง มี
การชิงดีชิงเด่น
ความสัมพันธ์เปลี่ยนเป็นแบบทุติยภูมิ
วัฒนธรรมอินเดียที่มีอธิพลต่อวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรมอินเดียที่มีอธิพลต่อวัฒนธรรมไทย
1.
การเมืองการปกครอง กษัตริย์เป็นเทวราชตามศาสนาพราหมณ์เกิดระบบ
เจ้าขุนมูลนายส่วนประมวลกฎหมายพระมนูธรรมศาสตร์ของอิเดียนั้นเป็นที่มาของ
กฎหมายตราสามดวงในประเทศไทยและกฎมณเฑียรบาล
2. ศาสนา ศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาทำให้เกิดประเพณีต่าง ๆ
มากมาย เช่น พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โกนจุก หลักทศพิธราชธรรม
3. ภาษาและวรรณกรรม รับภาษาบาลีและสันสกฤต เพื่อให้เกิดความเจริญ
งอกงามทางภาษา แต่ไม่ใช่คำพูด ไม่มีอธิพลเหมือนภาษาตะวันตก
วรรณกรรมคือ
มหากาพย์รามายณะมหาภารตยุทธ และพระไตรปิฎก
4. ศิลปกรรม ส่วนใหญ่เกี่ยวกับศาสนา ได้แก่ การสร้างสถูป เจดีย์ วิหาร
พระพุทธรูป
จิตรกรรมฝาผนังท่าร่ายร่ำต่าง ๆ
วัฒนธรรมจีนที่มีอธิพลต่อวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรมจีนที่มีอธิพลต่อวัฒนธรรมไทย
เข้ามาทำมาหากิน
ทำให้เกิดการผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับจีนจนกลายเป็น
วัฒนธรรมไทยอิทธิพลวัฒนธรรมจีนต่อวัฒนธรรมไทยได้แก่
1. ความเชื่อทางศาสนา เป็นการผสมผสาน การบูชาบรรพบุรุษ การนับถือเจ้า
ส่วนการไหว้พระจันทร์
เทศกาลกินเจ ชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ยอมรับวัฒนธรรมเดิม
ของจีนน้อยลงทุกที
2. ด้านศิลปกรรม เครื่องชามสังคโลกเข้ามาในสมัยสุโขทัย
3. ด้านวรรณกรรม การแปลวรรณกรรมจีนเป็นภาษาไทยเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่1
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้แก่ สามก๊ก อำนวยการแปลโดย เจ้าพระยาคลัง (หน) กลายเป็น
เพชรน้ำงามแห่งวรรณคดีไทย
4. วัฒนธรรมอื่น ๆ มีอาหารจีน และ "ขนมจันอับ" ที่กลายเป็นขนมที่มีบทบาทใน
วัฒนธรรมไทยใช้ในพิธีก๋วยเตี๋ยวก็กลายมาเป็นอาหารหลักของไทย นอกจากนี้ยังมีข้าวต้มกุ๊ย
ผัดซีอิ๊ว และซาลาเปา เป็นต้น
วัฒนธรรมชาตินิยมตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรมชาตินิยมตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทย
โปรตุเกส เป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
นำวัฒนธรรมการทำปืนไฟการสร้างป้อมต่อต้านปืนไฟ ยุทธวิธีทางการทหาร การทำขี้ผึ้ง
รักษาแผล
การทำขนมฝอยทอง ขนมฝรั่ง เป็นอาหารอาสาสมัยพระชัยราชาธิราช รบกับ
พม่า 120 คน
ฮอลันดา เข้ามาในราชสำนักสมัยพระเอก เข้ามาสมัยในสมัยพระนเรศรวรมหาราช
อาคารที่ฮอลัดดาสร้าง ไทยเรียกว่า "ตึกวิลันดา" นำอาวุธปืนมาขาย
รวมทั้งเครื่องแก้ว
กล้องยาสูบ เครื่องเพชรเครื่องพลอย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็ทรงพอพระทัย
แว่นตา และกล้องส่องทางไกลจากฮัอลันดา
อังกฤษ เข้ามาในราชสำนักสมัยพระเอกาทศรถ มุ่งทางด้านการค้า แต่สู้ฮอลันดา
ไม่ได้
เช่น ยอร์ช ไวท์มีต่ำแหน่งเป็นออกหลวงวิชิตสาคร ส่วน แซมมวล ไวท์
ได้เป็น
นายท่าเมืองมะริด
ฝรั่งเศษ เข้ามาสมัยพระนารายณ์มหาราช เพื่อเผยแผ่ศาสนาคริสต์ คณะบาทหลวง
ฝรั่งเศษ เข้ามาสมัยพระนารายณ์มหาราช เพื่อเผยแผ่ศาสนาคริสต์ คณะบาทหลวง
ได้นำความรู้ด้านการแพทย์ การศึกษา การทหาร ดาราศาสตร์ การวางท่อปะปา
การสร้าง
หอดูดาวที่ลพบุรีและอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ในสมัยอยุทธยาตอนปลาย
ความสัมพันธ์กับชาติ
ตะวันตกลดลง และหยุดชะงักไป ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงปรับปรุงประเทศตามแบบตะวันตกโดยมีการเปิดสัมพันธืทางการทูต เพราะตะหนักถึง
ภยันตรายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เป้นการป้องกันการแทรกแซงภายในวัฒนธรรมตะวันตกจึง
เริ่มผสมผสานจนเป็นที่ยอมรับและเข้ามามีบทบาทในด้านต่าง
ๆ ดังนี้
1. การเมืองการปกครอง รับเอาประเพณี ค่านิยม วัฒนธรรม เข้ามาในประเทศ
1. การเมืองการปกครอง รับเอาประเพณี ค่านิยม วัฒนธรรม เข้ามาในประเทศ
เพราะมีพระบรมศานุวงศ์ไปเรียนต่างประเทศ มีการปฎิรูปการปกครองแบบชาติตะวันตก
ตั้งกระทรวง 12
กระทรวง
2. เศรษฐกิจ ยกเลิกระบบไพร่ เลิกทาส ใช้เงินตราเป็นตัวกลางในการซื้อขาย
2. เศรษฐกิจ ยกเลิกระบบไพร่ เลิกทาส ใช้เงินตราเป็นตัวกลางในการซื้อขาย
ตั้งธนาคารแห่งแรก คือบุคคลัภยื (Book Club) ต่อมาคือธนาคารไทยพาณิชย์
3. ด้านสังคม เลิกระบบหมอบคลาน มาเป็นแสดงความเคารพ ให้นั่งเก้าอี้แทน
3. ด้านสังคม เลิกระบบหมอบคลาน มาเป็นแสดงความเคารพ ให้นั่งเก้าอี้แทน
เปลี่ยนแปลงการแต่งกายจัดการศึกษาเป็นระบบโรงเรียน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6
ได้ออกพระาชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464การศึกษาขยายถึงระดับมหาวิทยาลัย
มีพระราชบัญญัตินามสกุล
และคำนำหน้าชื่อ นาย นาง นางสาว เด็กหญิงเด็กชาย
เอกลักษณ์ของวัฒนธรรม
เอกลักษณ์คือ ลักษณะที่เด่นชัดของสังคมใดสังคมหนึ่ง ซึ่งลักษณะเหมือนกัน
เอกลักษณ์ไทยจึงหมายถึง ลักษณะของความเป็นไทยที่ดูแล้วแตกต่าง
- เป็นสังคมที่มีความสนุกสนาน การทำงานจะเป็นไปพร้อมกับความรื่นเริง
- เป็นสังคมที่เทิดทูลพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี
- นับถือพระพุทธศาสนา เป็นสังคมชาวพุทธ มีพุทธศานิกชนให้ความสำคัญ
- มีน้ำใจของความเป็นไทย พึ่งพาอาศัยกัน รักความสงบ
- ชอบเรื่องการทำบุญ สร้างกุศล และช่วยงานบุญกกกกกุศล
เอกลักลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย
- อาหารไทย เช่นน้ำพริกปลาทู หรือต้มยำกุ้ง ที่เ็นที่รู้จักและ
- สมุนไพรไทย แม้แต่ต่างชาติก็ให้ความมสนใจ เช่น ว่านหาง
- ฉายาสยามเมืองยิ้ม ซึ่งแสดงถึงความยิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัย
- มารยาทไทย เช่นการไหว้ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก การมีสัมมา
- ประเพณีไทย เช่น ผีตาโขน บุญบั้งไฟ การแห่ปราสาทผึ้ง
- การแสดงแบบไทย เช่นลิเก โขน รำวง
- ดนตรีไทย เช่นระนาด ปี่ ขลุ่ย อังกะลุง
- การละเล่นไทย เช่น มอญซ่อนผ้า ลำตัด
- สิ่งก่อสร้างเช่นเรือไทย
- เพลงไทย เช่นเพลงไทย(เพลงไทยเดิม) เพลงลูกทุ่ง
เพราะเกิดจากการสั่งสมของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีมาเป็นเวลาช้านาน
เอกลักษณ์ไทยจึงเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชนชาวไทยทุกคนในการ
มีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภาษา ศิลปกรรม
อาหาร การแต่งกาย เป็นของ
ตนเอง คนไทยทุกคนจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนาเอกลักษณ์ไทยให้อยู่
ตนเอง คนไทยทุกคนจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนาเอกลักษณ์ไทยให้อยู่
คู่กับสังคมไทยตลอดไป
ความหมายของเอกลักษณ์ไทย
เอกลักษณ์คือ ลักษณะที่เด่นชัดของสังคมใดสังคมหนึ่ง ซึ่งลักษณะเหมือนกัน
หรือร่วมกันของสังคมนั้น ๆ ที่เห็นได้ชัดเจนว่าแตกต่างจากลักษณะของสังคมอื่น
เอกลักษณ์ไทยจึงหมายถึง ลักษณะของความเป็นไทยที่ดูแล้วแตกต่าง
จากลักษณะสังคมของชนชาติอื่นมีความแตกต่าง ซึ่งอาจมองได้จากรูปลักษณะ
การประพฤติปฎิบัติ
กิริยาท่าทาง การแต่งกาย วัฒนธรรมจารีตประเพณี ฯลฯ
สังเกตได้ว่าลักษณะเด่นของความเป็นไทยนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก้สามารถแยกออก
จากชนชาติอื่นได้ นอกจากภาษาพูดแล้ว
ความยิ้มแย้มแจ่มใสก็เป็นลักษณะเด่น
อย่างหนึ่งของสังคมไทย จนชาวตะวันตกขนานนามว่า "สยามเมืองยิ้ม"
เอกลักษณ์เด่นของวัฒนธรรมไทยพอสรุปได้ดังนี้
จุดเด่นของวัฒนธรรมไทย
เอกลักษณ์เด่นของวัฒนธรรมไทยพอสรุปได้ดังนี้
จุดเด่นของวัฒนธรรมไทย
-
เป็นวัฒนธรรมที่มีพื้นฐานมาจากเกษตรกรรมเป็น
"วัฒนธรรมเกษตร"
เช่น มีการช่วยเหลือกัน เรียกว่าการลงแขกเกี่ยวข้าว การแห่นางแมวเพื่อขอฝน
การทำขวัญข้าว
ไหว้แม่โพสพ
- เป็นสังคมที่มีความสนุกสนาน การทำงานจะเป็นไปพร้อมกับความรื่นเริง
เช่น เมื่อเกี่ยวข้าวจะร้องเพลงไปด้วย "เกี่ยวเถอะนะแม่เกี่ยวชะชะเกี่ยวเถอะนะแม่
เกี่ยว
อย่ามัวแลเหลียว เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวก้อยเอย"
- เป็นสังคมที่เทิดทูลพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี
- นับถือพระพุทธศาสนา เป็นสังคมชาวพุทธ มีพุทธศานิกชนให้ความสำคัญ
- มีน้ำใจของความเป็นไทย พึ่งพาอาศัยกัน รักความสงบ
- ชอบเรื่องการทำบุญ สร้างกุศล และช่วยงานบุญกกกกกุศล
เอกลักลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย
-
ภาษาไทย ตัวอักษรไทย ซึ่งนับว่าเป็นอารยธรรมขั้นสูง
- อาหารไทย เช่นน้ำพริกปลาทู หรือต้มยำกุ้ง ที่เ็นที่รู้จักและ
โด่งดังไปทั่วโลก
- สมุนไพรไทย แม้แต่ต่างชาติก็ให้ความมสนใจ เช่น ว่านหาง
จระเข้ กระชายดำ กราวเครือ
- ฉายาสยามเมืองยิ้ม ซึ่งแสดงถึงความยิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัย
ซึ่งหายากในชนชาติอื่น
- มารยาทไทย เช่นการไหว้ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก การมีสัมมา
คารวะ เคารพผู้อาวุโส
รู้จักกาลเทศะ
- ประเพณีไทย เช่น ผีตาโขน บุญบั้งไฟ การแห่ปราสาทผึ้ง
แห่นางแมว
- การแสดงแบบไทย เช่นลิเก โขน รำวง
- ดนตรีไทย เช่นระนาด ปี่ ขลุ่ย อังกะลุง
- การละเล่นไทย เช่น มอญซ่อนผ้า ลำตัด
- สิ่งก่อสร้างเช่นเรือไทย
- เพลงไทย เช่นเพลงไทย(เพลงไทยเดิม) เพลงลูกทุ่ง
เอกลักษณ์ที่สำคัญของสังคมไทย
1. เป็นสังคมที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สถาบัน
2. สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักมา
4. ศาสนา สังคมไทยมีศาสนาพุทธเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมา
5. ภาษา เริ่มกันมาแต่สมัยสุโขทัย โดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
6. รักอิสระ หรืออาจใช้คำว่า ความเป็นไท ไม่ขึ้นกับใคร แสดงความ
7. ศิลปกรม คือ ผลงานที่ช่างฝีมือไทยหรือศิลปินไทยได้สร้างสมไว้
7.1 จิตรกรรม (Painting)
จิตกรรมไทย หมายถึง ภาพที่แสดงถึงเรื่องราว ตลอดไปถึงการเขียน
7.2 ประติมากรรมไทย (Sculpture)
งานประติมากรรมไทย หมายถึง งานปั้น และงานแกะสลัก ที่ต้องนำ
7.3 สถาบัตยกรรม คือ อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น อาคาร ตึก
7.4 วรรณกรรม (Literature)
7.5 นาฎศิลป์ และดุริยางคศิลป์ (Music and Dramatic)
นาฎศิลป์และดนตรี หรือคีตกรรม คือ ดนตรีทุกประเภท รวมทั้งการร่ายรำ
บรรพบุรุษได้สั่งสม สืบทอดโดยมอบเ็ป็นมรดกให้แก่อนุชนรุ่นหลัง
ไว้ได้เป็นความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ
ซึ่งเอกลักษณ์นี้ นับว่าเป็น
สิ่งที่ดี คนไทยควรนำมาปฏิบัติและสืบสานต่อไป
เอกลักษณ์ที่ดีและควรสืบสานในสังคมไทย
1. เป็นสังคมที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สถาบัน
พระมหากษัตริย์นับว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ กษัตริย์
ไทยโบราณ จนถึงปัจจุบันทรงเป็น
ผู้นำประเทศให้พ้นภัย ทำนุบำรุง
ประเทศชาติให้รุงเรือง
2. สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักมา
แต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ทำให้คนไทยมีความผูกพันกับธรรมชาติ มีความ
อดทน การร่วมมือร่วมใจ
รู้จักบุญคุณของธรรมชาติและบุญคุณของแผ่นดิน
3. ครอบครัว เป็นเอกลักษณ์ของสังคมที่มีความสสัมพันธ์แน่นแฟ้น
มีความผูกพันเคารพในระบบอาวุโสทำให้คนไทยมีความอ่อนน้อมถอมตน
รู้จักาลเทศะ
4. ศาสนา สังคมไทยมีศาสนาพุทธเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมา
แต่อดีต
และเป็นศาสนาที่คนไทยนับถือ กันมากที่สุด หลักธรรมคำสั่งสอน
ของพุทธศาสนา
สอนให้คนไทยยึดถือทางสายกลาง เชื่อในเรื่องบาป
บุญ คุณโทษ หลักคำสอนของพระพุทธศาสนามีความเป็นวิทยาศาสตร์
แม้แต่ชาวต่างชาติก้หันมานับถือและบวชในพระพุทธศาสนากันมาก
5. ภาษา เริ่มกันมาแต่สมัยสุโขทัย โดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ทำให้คนไทยมีภาษาไทยใช้ เป็นเอกลักษณ์คนไทยจึงควรพูดและเขียน
ภาไทยให้ถูกต้อง เพื่อสืบทอดให้ลูกหลานต่อไป
6. รักอิสระ หรืออาจใช้คำว่า ความเป็นไท ไม่ขึ้นกับใคร แสดงความ
เป็นเอกราช ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญทีควรดำรงไว้
7. ศิลปกรม คือ ผลงานที่ช่างฝีมือไทยหรือศิลปินไทยได้สร้างสมไว้
จากความรู้สึกนึกคิดหรือจินตนาการแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้
7.1 จิตรกรรม (Painting)
จิตกรรมไทย หมายถึง ภาพที่แสดงถึงเรื่องราว ตลอดไปถึงการเขียน
ภาพลวดลายประดับตกแต่งในงานช่างต่าง ๆ ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นสูง
และเพื่อให้
เกิดความสวยงามในศิลปะตามคติของชาติ
7.2 ประติมากรรมไทย (Sculpture)
งานประติมากรรมไทย หมายถึง งานปั้น และงานแกะสลัก ที่ต้องนำ
มาทำการหล่ออีกทีหนึ่งซึ่งเป็นงานฝีมือ โดยมากมักจะเป็นการปั้นเกี่ยวกับพระพุทธ
รูป
มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ เครื่งใช้และเครื่องประดับต่าง ๆ
7.3 สถาบัตยกรรม คือ อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น อาคาร ตึก
บ้านเรือน พระมหาราขวังตลอดจนอนุสาวรีย์ใหญ่ ๆ พีรามิด สถูป เจดีย์ วิหาร
ปราสาท พระปรางค์
มณฑป อุโบสถ ดังนั้นจะเห็นได้ว่างานสถาปัตยกรรมมัก
ควบคู่ไปกับงานประติมากรรม
ซึ่งทำให้สิ่งก่อสร้างดูสวยงาม อ่อนช้อย
7.4 วรรณกรรม (Literature)
วรรณกรรม คือ
หนังสือทั้งประเภทร้อยกรอง(โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน)
และร้อยแก้ว คือเรียงความธรรมดา รวมถึงการจดจำเรื่องราวต่าง ๆ เช่น นิทาน
ตำนาน
ด้วยวรรณกรรมที่เป็นอมตะ เช่น พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน
7.5 นาฎศิลป์ และดุริยางคศิลป์ (Music and Dramatic)
นาฎศิลป์และดนตรี หรือคีตกรรม คือ ดนตรีทุกประเภท รวมทั้งการร่ายรำ
ระบำต่าง ๆ เช่นโขน ลิิเก ละครรำ รำไทย การแสดงต่าง ๆ เป็นต้น
















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น